200 หมู่ 3 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000 โทรศัพท์/โทรสาร 053-246184


username: password:

ข้อมูลทั่วไป
ประวัติเทศบาล
วิสัยทัศน์ พันธกิจ
อำนาจหน้าที่
ที่ตั้งและอาณาเขต
ข้อมูลประชากร
สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
แหล่งท่องเที่ยว/ ศูนย์การเรียนรู้
รางวัลเกียรติยศ
ผลิตภัณฑ์ชุมชน



โครงสร้างการบริหาร
คณะผู้บริหาร
ฝ่ายนิติบัญญัติ
สภาเทศบาล
หัวหน้าส่วนราชการ
กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กองการศึกษา
กองสวัสดิการสังคม
หน่วยตรวจสอบภายใน


ข้อมูลรายงาน
คู่มือประชาชน
เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
เทศบัญญัติตำบล
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาท้องถิ่น
แผนการดำเนินงานประจำปี
แผนอัตรากำลัง
งบแสดงฐานะการเงิน
สรุปผลการดำเนินงานประจำปี
แผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง
แผนการจัดหาพัสดุ (ผด.1-6)
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
งานการเจ้าหน้าที่





สถิติการเข้าเวปไซต์
ผู้ชมวันนี้
391
ผู้ชมเมื่อวาน
230
ผู้ชมเดือนนี้
8,419
ผู้ชมเดือนที่ผ่านมา
8,814
ผู้ชมปีนี้
8,419
ผู้ชมปีที่ผ่านมา
49,409

เริ่มนับ 30 ตุลาคม 2558

 
สถานที่ท่องเที่ยว เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม

วัดลังกา
 
ที่ตั้ง
วัดลังกา ตั้งอยู่ที่เลขที่ 141 บ้านลังกา หมู่ที่ 2 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพระสงฆ์มหานิกาย จัดเป็นวัดราษฏร์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2480
ประวัติความเป็นมาวัดลังกา

วัดลังกา ถือเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดชียงใหม่ เพราะปรากฏหลักฐานว่าได้สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา แห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ คือประมาณ พ.ศ. 1947 ( ประมาณ 607 ปีมาแล้ว เมื่อนับถึง พ.ศ. 2554 )

หลังจากที่พระยากือนาธรรมิกราชได้เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ 1943 ( พระอนุชาในพระยากือนาธรรมิกราช ) เจ้าเมืองเชียงรายในขณะนั้นเกิดความไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเห็นว่าพระองค์ควรได้ครองเมืองเชียงใหม่ เพราะว่ามีศัดดิ์เป็นพระอนุชาของพระยากือนาธรรมิกราช และเมืองเชียงใหม่สำคัญกว่าเมืองเชียงราย เป็นการเสียพระเกียรติจึงยกทัพมาจากเมืองเชียงรายเพื่อมาตีเอาเมืองเชียงใหม่

พระยาแสนเมืองมาได้แต่งตั้งให้แสนผานอง อำมาตย์ซึ่งเป็นแม่ทัพมาตั้งแต่สมัยพระยากือนาธรรมิกราช ออกรับศึกจนสามารถตีทัพเมืองเชียงรายให้แตกพ่ายไป ทำให้ท้าวพระมหาพรหมต้องไปขอความช่วยเหลือจากสมเด็จพระบรมราชาที่ 1 ( ขุนหลวงพะงั่ว ) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

ภายหลังได้เกิดความขัดแย้งกันท้าวมหาพรหมจึงกลับเมืองเชียงใหม่โดยได้นำเอาพระพุทธสิหิงค์มาด้วย พระยาแสนเมืองมาก็ทรงพระราชทานอภัยโทษและให้กลับไปครองเมืองเชียงรายตามเดิม ต่อมาท้าวมหาพรหมรู้สึกสำนึกผิดและประสงค์จะทำบุญไถ่โทษจากการยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ เพราะต้องสูญเสียรี้พลจำนวนมากทั้งสองฝ่าย


ในช่วงสมัยพระยาแสนเมืองมานั้น มีพระภิกษุจากอาณาจักรล้านนาได้เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกาและพระภิกษุจากลังกาก็ได้เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ล้านนาด้วย ท้าวมหาพรหมจึงให้บริวารไปนิมนต์พระภิกษุไทยอาหมรูปนั้นมา และให้นำเอากล้ามะพร้าวลูกใหญ่ลูกหนึ่ง( มะพร้าวหัวคน ) เพื่อปลูกไว้เตือนสติคนที่มีบุญวาสนาน้อยจะคิดการใหญ่ย่อมไม่สำเร็จได้ง่าย อุปมาเฉกเช่นเดียวกับมะพร้าวหัวคนซึ่งข้างนอกดูใหญ่โต แต่ข้างในเล็กนิดเดียว ไม่มีประโยชน์ในการนำมาใช้ฉันใด คนที่ไม่มีบุญวาสนา คิดการเป็นใหญ่เป็นโตก็ไม่สำเร็จฉันนั้น

เมื่อพระภิกษุไทยอาหมรูปนั้นเดินทางมาถึงอำเภอสารภี พระภิกษุรูปนั้นจึงถามคนเดินทางว่าที่นี่ใกล้ถึงวังสิงห์คำแล้วหรือยัง คนนั้นจึงชี้มือแล้วบอกว่า อีกไม่ไกลนัก พระภิกษุไทยอาหมและผู้ติดตามก็สังก๋า ( ในคำเมืองนั้น สังก๋า หมายถึง สงสัย และที่ตรงนั้นเลยได้ชื่อว่า สังก๋า )
ต่อมาได้เดินทางไปอีก พบหญิงหม้ายคนหนึ่งจึงถามว่า สังก๋า เป็นอย่างไร ก็ได้รับการอธิบายจากหญิงหม้ายคนนั้นอีก ซึ่งวังสิงห์คำมีอยู่สองแห่ง คือ แห่งหนึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอสารภี ฝั่งน้ำปิงตะวันตก และอีกแห่งหนึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง ตรงข้ามวัดฟ้าฮ่าม ฝั่งปิงตะวันตก จึงพากันข้ามน้ำเดินมาใกล้แม่ข่าเกิดเกิดสงสัยอีกทีหนึ่ง จึงได้ไดชื่อว่า วัดสังก๋า ( วัดนี้ร้างไปนานแล้ว )
ต่อจากนั้น ก็ได้ลงเรือข้ามฟากกลับมายังทิศตะวันออกตรงข้ามวัดชัยมงคล มีคนแก่คนหนึ่ง( ผู้ชายนุ่งขาวห่มขาว ) ชี้บอกทางให้ จึงพากันเดินทางมาใกล้ๆ จะฝังบาตรลังกา บังเอิญบาตรลังกานั้นหลุดมือตกแตกเป็นสองซีก พระภิกษุไทยอาหมรูปนั้นจึงนำซีกหนึ่งฝังไว้ พร้อมกับปลูกมะพร้าวและสร้างวัดขึ้น ณ ที่ฝังบาตรนั้น ต่อมาจึงเรียกที่ตรงนั้นว่า วัดลังกา

ส่วนบาตรอีกซีกหนึ่งที่แตกนั้น ตอนขากลับได้ติดมือไปพร้อมกับฝาบาตรด้วย ต่อมาฝาบาตรก็ได้หลุดมือตกแตก ณ ที่แห่งหนึ่ง ที่นั้นเลยได้ชื่อว่า ฝาแตก ต่อจากนั้น ก็ได้นำเอาฝาบาตรที่แตกไปไว้บนเขาแห่งหนึ่ง ด้านทิสตะวันออกของวัดลังกา เยื้องกับฝาแตก ( หรือผาแตก ) อำเภอดอยสะเก็ดและเรียกเขานั้นว่า ดอยลังกา

นับตั้งแต่นั้นมา ในคราวที่พระภิกษุไทยอาหมรูปนั้นได้สร้างวัดลังกานั้น ตรงกับ พ.ศ. 1947 เพื่อเฉลิมฉลองศรัทธาของท้าวมหาพรหม เพื่อไถ่บาปที่คิดจะแย่งราชสมบัติและถวายเป็นอนุสรณ์แด่พระเจ้าแสนเมืองมา พระนัดดาของพระองค์พร้อมกับรำลึกถึงคุณงามความดีของพระภิกษุไทยอาหมที่สร้างวัดขึ้นมา

จากเรื่องราวต่างๆ ที่ปรากฏในตำนาน และจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ชื่อ วัดลังกา สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดที่สร้างไว้สำหรับเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ชาวลังกาที่มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเมืองเชียงใหม่ หรือเป็นวัดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะสงฆ์นิกายสิงหล หรือลังกาวงค์

อาคารและเสนาสนะที่สำคัญภายในวัดลังกา

อุโบสล สร้างใหม่โดยมีรูปทรงแบบล้านนาประยุกต์ก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง 15 เมตร ยาว 16.50 เมตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2480

วิหาร บูรณะใหม่เสร็จสมบรูณ์เมื่อ พ.ศ. 2527 รูปทรงแบบล้านนาประยุกต์ ไม่มีปากแลระหว่างชั้นหลังคา หน้าบันทาสีฟ้า ประดับด้วยปูนปั้นลวดลายก้านขด โก่งคิ้วเป็นรวงผึ้งทั้ง 3 ช่องและประตูวิหารเป็นซุ้มโค้ง มี 3 ประตู เสาวิหารทำด้วยไม้ประดับลวดลายปิดทองล่องชาด ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปั้นขนาดใหญ่ปางมารวิชัย มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก ราวบันไดเป็นรูปมังกรคายพญานาคอ้าปาก

เจดีย์ เป็นเจดีย์แบบล้านนา ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมสูงชั้นมาลัยเถาแปดเหลี่ยม องค์ระฆังกลมบัลลังก์สี่เหลี่ยมย่อมุมส่วนยอดสุดเป็นฉัตร ตั้งแต่ชั้นมาลัยเถา 2 ชั้น จนถึงปลียอดปิดทองจังโก มีรั้วล้อมรอบทั้งสี่ด้าน มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ตรงกลางรั้วด้านทิศใต้

หอระฆัง มีลักษณะแปลกกว่าวัดอื่นๆ คือ สร้างเป็นตึกสี่เหลี่ยม 4 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นห้องสมุดประชาชนวัดลังกา ชั้นที่ 2 เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลาน ชั้นที่ 3 เป็นหอระฆัง และชั้นบนสุดเป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็ก

กุฎสงฆ์ เป็นรูปทรงล้านนาประยุกต์ ก่ออิฐถือปูนสร้างเป็นสองชั้น ปูพื้นด้วยหินขัด มุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ สร้างเสร็จสมบรูณ์เมื่อ พ.ศ. 2542

รายชื่อเจ้าอาวาสวัดลังกา

วัดลังกา เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา แต่ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับรายชื่อเจ้าอาวาสในสมัยนั้น จากการสอบถามผู้สูงอายุในบ้านลังกา และผู้ที่เคยบวชที่วัดลังกา พอที่จะรวบรวมรายชื่อเจ้าอาวาสวัดลังกาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ ดังนี้
1. ครูบาคำปัน
2. พระอธิการทนันชัย (อาจารย์ดำ)
3. พระอธิการแก้ว
4. พระอธิการอินถา อินฺทสาโร (กาวิล)
5. พระอธิการดวงฤทธิ์ ฐิตธมฺโม
6. พระอธิการวิชัย ชัยวรรณ
7. พระอธิการบุญมี สิทธิ
8. พระอธิการอินไหล โม่งจันทร์
9. พระครูสมพงษ์ สุจิตฺโต
10. พระอธิการธรรมรงค์ คุณศิลป์
11. พระอธิการสิงห์ทอง สุขวฑฺฒโน
12. พระอธิการทองสุข สุทฺธจิตฺโต
13. พระครูบุญยวง ภทฺทธมฺโม
14. พระครูวิสิทธิ์สารคุณ(บุญมี กนฺตสาโร) พ.ศ. 2535 ? ปัจจุบัน




ข้อมูลทั่วไป


ประวัติเทศบาล
วิสัยทัศน์ พันธกิจ
อำนาจหน้าที่
ที่ตั้งและอนาเขต
ข้อมูลประชากร
สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
แหล่งท่องเที่ยว
ศูนย์การเรียนรู้
รางวัลเกียรติยศ
ผลิตภัณฑ์ชุมชน


เทศบาลฟ้าฮ่าม


คณะผู้บริหาร
ฝ่ายนิติบัญญัติ
สภาเทศบาล
หัวหน้าส่วนราชการ
กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กองการศึกษา

ประชาสัมพันธ์


ข่าวประชาสัมพันธ์
ภาพกิจกรรม
จัดซื้อจัดจ้าง
Download แบบฟอร์ม
ร้องเรียนร้องทุกข์
วิดีโอแนะนำเทศบาล

การดำเนินงาน


คู่มือประชาชน
เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
เทศบัญญัติตำบล
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาท้องถิ่น
แผนการดำเนินงานประจำปี
แผนอัตรากำลัง
งบแสดงฐานะการเงิน

ติดต่อหน่วยงาน


ที่ทำการเทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม
200 หมู่ 3 ตำบลฟ้าฮ่าม
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์/โทรสาร 053-246184
สำนักทะเบียน 052-082988
เหตุด่วนเหตุร้ายแจ้ง
อปพร.เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม
โทรศัพท์ 053-241122
www.faham.go.th
email: officefaham1@gmail.com
เจ้าหน้าที่เช็ค email